สงครามการค้าครั้งนี้ใครจะชนะ

สงครามการค้าครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯและจีนกำลังเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างทรัมป์เดินหน้าที่จะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม โดยไม่ฟังเสียงต่อต้านแต่อย่างใด ทำให้นายแกรี่ โคห์น หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวประกาศลาออก ทั้งนี้นายแกรี่ โคห์น เคยเป็นผู้บริหาร Goldman Sachs และเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันนโยบายการปฏิรูปภาษีร่วมกันทรัมป์

ก่อนจะไปไกลเรามีข้อมูลการค้าของสหรัฐฯและจีนให้ดูกันก่อน

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Bloomberg

จากข้อมูลในปี 2016 จะเห็นได้ชัดว่า จีนมีการส่งสินค้าเข้าสหรัฐฯมากกว่า 1 ใน 3 คำถามคือ หากสหรัฐฯเริ่มมาตรการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจะกระทบสหรัฐฯหรือจีนมากกว่ากัน หากนับในปี 2017 จีนมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯจำนวน 3.752 แสนล้านดอลลาร์

และสาเหตุที่ทำให้ทรัมป์คิดมาตรการเก็บภาษี เพราะจะแก้ไขปัญหาการเกินดุลการค้า โดยมีแนวคิดปรับลดลง 1 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้

กลับมาที่ประเด็นว่ามาตรการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจะกระทบสหรัฐฯหรือจีนมากกว่ากัน คำตอบคือ กระทบมากพอๆกันทั้งสหรัฐฯและจีน

เพราะจีนจะเสียการส่งออกไปยังสหรัฐฯ มีมูลค่าการส่งออกลดลง หรือหนักกว่านั้นคือ จีนออกมาตรการตอบโต้ การกลายเป็นสงครามที่ใหญ่ขึ้น

ส่วนสหรัฐฯนั่นจะโดนในเรื่องสินค้าราคาถูกของจีนที่กำลังจะหาย ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการในสหรัฐฯสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัญหาการเพิ่มขึ้นราคาสินค้าและบริการ สุดท้ายจะไปถึงอัตราเงินเฟ้อ ที่เพิ่มขึ้นกลับกลายเป็นว่าแก้ปัญหาไม่จบ

สรุปการที่สหรัฐฯและจีนทำสงครามการค้า จะไม่มีผู้ใดชนะในสงครามนี้ และสงครามการค้ามีแต่จะสร้างความเสียหายให้กับทุกฝ่าย ยกเว้นสินทรัพย์ Safe haven นะครับ