การวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นมีอยู่หลายประเภท ซึ่งถ้าเรารวมการวิเคราะห์ทางเทคนิคทุกรูปแบบที่มีอยู่ในปัจจุบันมารวมเป็นกลุ่มเดียวกันคงจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก ดังนั้นทางทีม Quant by CAF จะแบ่งการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็น 2 แขนงหลักๆ คือ

1.การวิเคราะห์ทางเทคนิคแบบใช้ศิลปะ (Subjective Technical Analysis) เช่น Fibonacci, Elliot wave

2.การวิเคราะห์ทางเทคนิคแบบมีตรรกะชัดเจน (Objective Technical Analysis) เช่น เส้นค่าเฉลี่ย, RSI , MACD

โดยการทำระบบเทรดนั้นมักจะยอมรับ Technical Analysis แบบมีตรรกะชัดเจนมากกว่าแบบใช้ศิลปะ เพราะสามารถสร้างสัญญาณการเข้าซื้อขายได้ชัดเจน และยังสามารถทดสอบผลลัพธ์กับข้อมูลในอดีตได้อย่างน่าเชื่อถืออีกด้วย ในขณะที่การวิเคราะห์ทางเทคนิคแบบใช้ศิลปะนั้นต้องใช้จุดตัดสินใจจากประสบการณ์ของแต่ละบุคคล จึงเป็นการยากที่จะได้ผลการทดสอบประสิทธิภาพของการวิเคราะห์ได้น่าเชื่อถือ และ Technical Analysis นั้นพยายามที่จะทำนายการเปลี่ยนแปลงของราคาในอนาคตโดยใช้การสังเกตการเปลี่ยนแปลงของราคาในอดีต โดยเริ่มจากการหาความสัมพันธ์ของตัวแปรที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา เช่น ราคาเคลื่อนที่ขึ้นผ่าน เส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน จะมีโอกาสทำให้ราคาในวันถัดไปสูงขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น ซึ่งการใช้หลักการทางสถิติและความน่าจะเป็นนี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของการวิเคราะห์นั้นๆมากยิ่งขึ้น

หลังจาก Technical Analysis ถูกนำมาเป็นตัวช่วยในการหาจุดซื้อ-ขายแล้ว ต่อมาได้มีการเอาความรู้ทางคณิตศาสตร์และสถิติเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของการทดสอบ จึงได้มีการพัฒนาหลักการ ออกแบบ ทดสอบ ปรับค่าพารามิเตอร์ และประเมินผลการดำเนินงาน โดยมีกระบวนการสร้างระบบเทรดที่ชัดเจนยิ่งขึ้นซึ่งเราเรียกระบบเทรดแบบนี้ว่า Quantitative Trading System หรือ Quant ของ Quant by CAF นั่นเอง