Options
คือ สัญญาสิทธิล่วงหน้า ที่ให้สิทธิกับ “ผู้ซื้อ (Long)” ทำสัญญากับ “ผู้ขาย (Short)” และทั้งคู่ตกลงกันว่าจะทำสัญญาสิทธิล่วงหน้ากันประเภทใด ในสินทรัพย์ประเภทไหน และเป็นไปตาม “จำนวน” “ราคา” เท่าไหร่ ซึ่งสัญญานั้นเป็นไปตามมาตรฐานที่ทางตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เป็นคนกำหนด
ซึ่ง Options มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ Call Options และ Put Options
คือ สิทธิในการ "ซื้อ" สินทรัพย์อ้างอิงใน ราคาและปริมาณ ที่กำหนด โดยผู้ถือ Long จะฝ่ายเลือกว่าจะใช้สิทธิหรือไม่
คือ สิทธิในการ "ขาย" สินทรัพย์อ้างอิงใน ราคาและปริมาณ ที่กำหนด โดยผู้ถือ Long จะฝ่ายเลือกว่าจะใช้สิทธิหรือไม่
ตัวแปรที่ใช้คำนวณกำไร/ขาดทุน ที่นักลงทุนนั้นต้องรู้จัก
1.) ราคาสินค้าอ้างอิง (Spot Price) (ในที่นี้คือ SET50 Index)
2.) ราคาใช้สิทธิ (ที่เรียกว่า Exercise Price หรือ Strike Price) ทุกๆ Strike Price ห่างกัน 25 จุด
3.) ราคาของออปชั่น (ที่เรียกว่า ค่าจองสิทธิ = Premium)
3.1) Premium ฝัง Call
3.2) Premium ฝัง Put
ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) มีทั้ง ผู้ซื้อ (Long) และ ผู้ขาย (Short)
+ กรณีที่ 1 เมื่อถึงวันซื้อขายวันสุดท้ายและได้กำไร จะมีการใช้สิทธิให้อัตโนมัติและชำระราคา เป็นเงินสด
+ กรณีที่ 2 เมื่อถึงวันซื้อขายวันสุดท้ายและขาดทุน จะไม่มีการใช้สิทธิ ขาดทุนเพียงแค่ Premium เท่านั้น
+ กรณีที่ 1 เมื่อถึงวันซื้อขายวันสุดท้าย “ไม่มี” ผู้ซื้อ (Long) ได้กำไร ผู้ขาย (Short) จะได้กำไรจากค่า Premium
+ กรณีที่ 2 เมื่อถึงวันซื้อขายวันสุดท้าย “มี” ผู้ซื้อ (Long) ได้กำไร ผู้ขาย (Short) ต้องชำระราคาเป็นเงินสดให้กับ ผู้ซื้อ (Long) ตามจำนวนใช้สิทธิ
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนของ Options คลิก
Array ( )
Array ( [sesCAFXXSLAT] => 1743462780 [CAFXSI18NX] => th [_csrf] => 44037840a74bee9b919fa618ebe09b49 [CAFXSFEREF] => https://www.caf.co.th/learning-tfex/what-types-and-variables.html )
Array ( [content] => what-types-and-variables )
Array ( )