รอบนี้ประเด็นของซีเรียมีแนวโน้มรุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ เหตุที่เรากล่าวเช่นนี้เพราะทรัมป์แสดงให้เราเห็น โดยการยกเลิกการเดินทางเยือนประเทศในอเมริกาใต้ที่เดิมมีกำหนดในสัปดาห์นี้  คาดเพื่อเตรียมออกมาตรการตอบโต้ซีเรีย ทั้งนี้ยังมีแนวโน้มที่จะตอบโต้ซีเรียแบบเป็นหมู่คณะ เนื่องจากทรัมป์ได้แนวร่วมจาก อังกฤษ และฝรั่งเศส

หากย้อนกลับไปดูว่าอะไรทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ต้องไปถึงวันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561 เกิดเหตุการณ์โจมตีด้วยอาวุธเคมีในฐานที่มั่นของกลุ่มกบฎซีเรียทำให้มีประชาชนเสียชีวิตกว่า 70 ราย และบาดเจ็บอีกกว่าพันคน ทั้งนี้สหรัฐฯเปิดเผยว่ากำลังติดตามเหตุการณ์นี้อยู่ และยังกล่าวอีกว่าการโจมตีเป็นลักษณะทิ้งระเบิดจากเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งสารเคมีที่ใช่น่าจะเป็นแก๊สซาริน มีผลทำลายระบบประสาท ที่ถูกสหประชาชาติห้ามใช้

ทั้งนี้สหรัฐฯสงสัยว่า รัฐบาลซีเรียมีเบื้องหลังการกระทำดังกล่าว และหากจำกันได้ในเดือนเมษายน 2017 ยังมีผู้เสียชีวิตกว่า 80 รายจากการโจมตีด้วยแก๊สซารินในเมืองข่านชีคูน และสหประชาชาติร่วมกับองค์การต่อต้านการใช้อาวุธเคมี หรือ OPWC ก็ยืนยันว่ารัฐบาลซีเรียเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว และมีการใช้อาวุธเคมีอย่างน้อย 3 ครั้งในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาของสงครามกลางเมืองซีเรีย ทำให้กองทัพสหรัฐฯตอบโต ยิงขีปนาวุธ กว่า 50 ลูกจากเรือพิฆาตเข้าใส่ฐานทัพซีเรีย ที่สงสัยว่าเป็นสถานที่ปล่อยอาวุธเคมีเข้าใส่พลเรือน ซึ่งตอนนั้นราคา Gold Spot ขึ้นไปถึง 2% ทำให้ตอนนี้นักลงทุนกำลังกังวลว่าสหรัฐฯอาจออกมาตรการตอบโต้ซีเรีย ซึ่งทำให้ภาพสงครามปะทุอีกครั้งและทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย(Safe Haven) ปรับขึ้นอีกครั้ง

จัดทำโดย

นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
นักวิเคราะห์อาวุโส
บริษัท คลาสสิก ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด