ประเด็นที่มีผลต่อราคาทองคำเดือน มี.ค. และส่งถึงอนาคต

ในเดือน มี.ค. มีประเด็นสำคัญใหญ่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น

ประเด็นที่หนึ่งการประชุม FOMC

โดยสัปดาห์หน้าเราจะเจอกับการประชุม FOMC ที่มีประธานธนาคารกลางสหรัฐฯคนใหม่อย่าง “นายเจอโรม พาวเวล” ที่ตลาดยังไม่แน่ใจว่าจะส่งสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อของสหรัฐ รวมทั้งทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นของเฟดในปีนี้อย่างไรจะมีการตอบคำถามแบบไหน จะเหมือน Ben Bernanke มั้ยที่การกล่าวในแต่ละครั้งทำให้นักลงทุนต้องตีความหมายเองว่าสรุปจะใช้นโยบายการเงินในทิศทางใดคือ แบบงงว่า สรุปนี่คือ ขึ้นดอกเบี้ยรึเปล่า หรือจะกล่าวคล้าย Janet Yellen ที่มาแบบคนตรงบอกขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง พี่เขาก็ทำตามคำพูดจริงๆ ซึ่งเราจะรู้ว่า Jerome Powell   จะเป็นแนวของ Ben Bernanke หรือ Janet Yellen หรือจะมาเป็นแนวใหม่  ต้องรอสัปดาห์หน้าจริงๆครับ หากมีการขึ้นดอกเบี้ยมองเป็นลบต่อทองระยะสั้น มองว่านักลงทุนมีโอกาสเทขายทองคำ และเมื่อควันจางนักลงทุนจะกลับเข้ามาซื้อทองอีกครั้ง และหากไม่ขึ้นดอกเบี้ยราคาทองจะขึ้นไปไกลเลย

ประเด็นที่สองอังกฤษและรัสเซีย

หลังอังกฤษขับทูตรัสเซียจำนวน 23 คนออกจากประเทศภายในเวลา 1 สัปดาห์ โดยให้เหตุผลว่ารัสเซียจะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่มีการโจมตีนายเซอร์เก สกรีปอล อดีตสายลับรัสเซียที่แปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายอังกฤษ ด้วยก๊าซพิษทำลายระบบประสาทในช่วงต้นเดือน มี.ค. ซึ่งทำให้เขาต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยมีอาการวิกฤต คาดการณ์ว่าอังกฤษเสียประโยชน์จึงออกมาเต้น ทั้งนี้สหรัฐฯชี้รัสเซียจะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบต่อกรณีที่ดังกล่าว และสหรัฐฯจะยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับชาติพันธมิตรที่รวมถึงกำลังทำงานร่วมกับชาติพันธมิตรและประเทศคู่ค้าเพื่อให้แน่ใจว่าการโจมตีในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ทำให้เกิดการเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศ (+ทอง)

ประเด็นที่สามทรัมป์ที่เล่นจีนไม่เลิก

โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่เลิกเล่นจีน ล่าสุดเตรียมแผนที่จะออกมาตรการ ในมาตรา 301 ในการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน พุ่งเป้าที่สินค้าในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการสื่อสาร รวมถึงการจำกัดการออกวีซ่าต่อชาวจีนที่ต้องการเดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ และส่งให้สงครามการค้าเริ่มขึ้นแล้ว ทั้งนี้จีนออกมากล่าวว่าสงครามการค้ากับสหรัฐฯจะไม่ให้ประโยชน์กับทุกฝ่าย พร้อมระบุว่าทางการจีนได้เตรียมพร้อมตอบโต้แล้วหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯเริ่มใช้กำแพงภาษี และต้องติดตามว่าจีนจะมีมาตรการอะไรเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ (+ทอง)

 

ประเด็นที่สี่ประเด็นสุดท้าย BIS เตือนจีนเสี่ยงเกิดวิกฤติภาคธนาคาร

โดย BIS ที่เรากำลังกล่าวถึง คือชื่อย่อของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ ที่มีความน่าเชื่อถือ บอกโรงเตือนจีนว่ากำลังมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดวิกฤติภาคธนาคาร หลังภาคครัวเรือนมีการใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงิน และระดับหนี้สินเดิมค่อนข้างสูงอยู่แล้ว

หากวิเคราะห์ลึกลงไปจะเห็นว่า GDP ของจีนกำลังจะหดตัว ทำไมผมถึงกล่าวแบบนี้ เพราะว่า GDP มีองค์ประกอบจาก C + I + G + (X – M) โดย

C = Consumption หรือการบริโภคของบริษัทและประชาชนทั่วไป

I = Investment หรือการลงทุนจากภาคเอกชนในการทำกิจกรรมต่างๆในระบบเศรษฐกิจ

G = Government Spending หรือค่าใช้จ่ายของรัฐบาล/การลงทุนภาครัฐ

X – M = Export ลบด้วย Import คือจะต้องตัวเลขการส่งออกลบด้วยการนำเข้า

โดยจีนมีตัวที่ส่ง GDP ในตอนนี้มี 3 ตัวได้แก่ C,G ,และ X แต่ตอนนี้จีนกำลังจะมี C ที่ลดลงเพราะบริโภคของประชาชนเริ่มตันหลังภาคครัวเรือนมีการใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงิน และระดับหนี้สินเดิมค่อนข้างสูง ทั้งนี้ภาคการส่งออกกำลังจะโดนเบรคจากสหรัฐฯ ทำให้ตัวขับเคลื่อน GDP ลดลงไป 2 ตัว เป็นที่มาของการคาดว่า GDP จีนจะหดตัวนั้นเอง (+ทอง)

สรุปในเดือน มี.ค. มี 4 ประเด็นหลักๆที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และอาจมีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเพิ่มในระหว่างที่นักลงทุนกำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็เป็นได้ เพราะโลกเรามีปัจจัยที่เหนือการคาดการณ์ที่ชื่อว่า “ทรัมป์”

ข้อมูลอ้างอิง: Aspen , aommoney.com ,Bisnews , bloomberg.com

                                                                                    เขียนโดย

นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์  

ตำแหน่งนักวิเคราะห์อาวุโสด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

บริษัท คลาสสิก ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด

ไม่พลาดทุกจังหวะลงทุน

บันทึก Email เพื่อรับข้อมูลบทวิเคราะห์ประจำวัน
ด้วยข้อมูลไม่ต่างจาก Trader คุณจะไม่พลาดทุกโอกาส