บทสรุปการประชุม FOMC ครั้งที่ 4 ของปี 2018

ผ่านมาไปแล้วสำหรับการประชุม FOMC ที่ครั้งนี้มีการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น 0.25% โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ส่งผลให้ในเดือน ก.ค. ธนาคารกลางสหรัฐฯจะใช้ดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นแตะ 1.75-2.00%

 

คำถามสำคัญคือ เกิดอะไรบ้างนอกจากขึ้นดอก

 

  • FED สัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะขึ้นดอกตามเดือนไตรมาส FED บอกความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจยังคงมีความสมดุล (ใช่จริงๆมั้ย เพราะสหรัฐฯและยุโรปพึ่งเปิดศึกสงครามการค้า)
  • FED กล่าวว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นในอัตราที่แข็งแกร่ง และคาดปี 2018 การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯจะขึ้นสู่ระดับ 2.8%
  • ประเด็นภาคแรงงานดีต่อเนื่อง วัดจากอัตราการว่างงานสหรัฐฯแตะ 3.8% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 18 ปี และอัตราการว่างงานปีนี้อาจได้เห็น 3.6%
  • การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้น
  • FED ปรับคาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้อสู่ระดับ 10% ในปี 2018
  • ไม่บอกเงื่อนไขในการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป

ถึงตอนนี้ผู้อ่านคงรู้แล้วว่า FED บอกอะไรบ้างในการประชุมครั้งนี้ แต่เรากำลังจะไปดูว่าตลาดหรือนักลงทุนมองอย่างไรผ่านตลาดหุ้นและราคาสินทรัพย์ต่างๆ

ตลาดหุ้น Nikkei ของญี่ปุ่นเปิดมาลบไป 124.33 จุด แตะ 22,841.14

ราคา Gold Spot +3.32 แตะระดับ 1,299 เหรียญ แต่การที่ไม่สามารถยืนเหนือ 1,304 ได้ มองเป็นขาลงอยู่

ค่าเงิน US Dollar อ่อน 0.27 ลงไปที่ 93.55 จุด และผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี เพิ่มขึ้นแตะ 2.97% แสดงให้เห็นว่ามีแรงเทขายออกมาของนักลงทุนซึ่งก่อนหน้านี้มีการเก็งกำไร จากคาดการณ์ว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ย

 

ทั้งนี้การประชุม FOMC ครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 1-2 ส.ค.

 

สรุปการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นการขึ้นครั้งที่ 2 ของปี 2018 และ FED ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ กระทบกับตลาดอื่น ๆ ไม่มากเพราะเป็นไปตามที่คาดการณ์

 

แหล่งข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ :

  • Aspen

 

จัดทำโดย
นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์
นักวิเคราะห์ด้านการลงทุนปัจจัยพื้นฐานสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ตำแหน่งนักวิเคราะห์อาวุโส
บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด