ในวันศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีดาวโจนส์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงหลุดต่ำกว่า 26,000 จุด อย่างน่าใจหาย หากนับเป็น % ก็ประมาณ 2.79% เรียกได้ว่าแท่งเทียนอาบเลือดกันเลยทีเดียวซึ่งแพะรับบาปตัวหนึ่งที่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากการประกาศตัวเลข Non-Farm เจ้าเก่า(เจ้ากรรม)…ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในวันศุกร์ที่ผ่านมาซึ่งประกาศปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เป็นอย่างมากคือ ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 181,000 อัตรา ซึ่งก็ถือว่ามากแล้วแต่ถึงเวลาประกาศจริงกลับประกาศออกมาถึง 200,000 อัตรา มากกว่าครั้งก่อนที่ประกาศเพียงแค่ 160,000 อัตราเท่านั้น นอกจากนั้นค่าแรงเฉลี่ยของสหรัฐฯ เองก็ปรับเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 9 ปีกันเลยทีเดียว … น่าแปลกใจไหมครับว่าแล้วทำไมตลาดหุ้นถึงได้ร่วงลง? ทั้งๆ ที่ฟังดูแล้วน่าจะเป็นปัจจัยบวกกับหุ้นและเป็นปัจจัยลบกับทองตามปกติ…คำตอบก็คือ ตัวเลขดังกล่าวมีโอกาสกระตุ้นให้ธนาคารกลางของสหรัฐฯ หรือเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้นและมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้จากเดิมสามครั้งต่อปีอาจมีครั้งที่สี่แถมมาด้วย ซึ่งนั้นหมายถึง “ต้นทุน” ของบริษัทจัดทะเบียนที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวได้เเก่ 1.ต้นทุนทางการเงินจากอัตราดอกเบี้ยซึ่งบริษัทมีความจำเป็นต้องกู้ยืมมาดำเนินธุรกิจปรับสูงขึ้นและ 2.ต้นทุนคงที่เกิดจากค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 9 ปีทำให้นักลงทุนมีความกังวลว่า “กำไรสุทธิ” ในบรรทัดสุดท้ายของบริษัทจดทะเบียนอาจลดลงซึ่งนั้นก็ฉุดราคาหุ้นร่วงลงไปตามกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…

          พอเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่าทำไมแท่งเทียนของโจนส์สหรัฐฯ ในสัปดาห์ก่อนถึงได้แดงขนาดนั้น เท่านี้ยังไม่พอนะครับเพราะยังมีบรรดากูรูของตลาดหุ้นออกมาให้ความเห็นเชิงลบต่อหุ้นสหรัฐฯ กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเริ่มกันที่คนแรกจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก คุณอลัน กรีนสแปน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ออกมาเตือนเรื่องภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ ตามมาด้วยเบอนาร์ด ฮอดเลอร์ CEO ของกลุ่มธนาคาร Julius Baer ที่กล่าวว่าอีกไม่ช้าไม่นานหุ้นสหรัฐฯ คงจะปรับเข้าสู่ภาวะปรับฐานเป็นแน่แท้ สุดท้ายคือคุณโอลิเวอร์ เบท CEO ของกลุ่ม Alliance ที่กล่าวว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีปัจจัยเสี่ยงสูงมากที่จะปรับตัวลดลงและมันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว…

          เรียกได้ว่าลงรอบนี้นักลงทุนฝั่งสหรัฐฯ คงจะจุกกันเป็นแถวแต่ไม่เป็นไรนะครับสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในทองคำเพราะการปรับลงของหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มสูงที่กระแสเงินทุนจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างตลาดทองคำซึ่งถ้าเป็นจริงก็เตรียมเงินไว้ลงทุนในทองคำได้เลยครับผม