สวัสดีครับท่านนักลงทุนบทความนี้ขอตามกระแสนิดนึงนะครับ เห็นว่าช่วงนี้กระแส “สกุลเงินดิจิทัล” นั้นมาแรงเหลือเกินเรียกได้ว่าการปรับขึ้น / ลง ค่อนข้างเรียกแขกอยู่พอตัวถ้าเข้าถูกทางถูกจังหวะก็มีสิทธิรวยไป แต่ในทางกลับกันถ้าเข้าผิดที่ผิดทางหรือออกไม่ทันต้องขอบอกเลยว่าอาจจะตายเรียบนะครับ … บทความสั้นๆ นี้เกิดขึ้นด้วยความหวังดีอย่างยิ่งต่อท่านนักลงทุนหลายท่านที่อาจเห็นความหอมหวานของการทำกำไรในเวลาอันสั้นดึงดูดจนลืมนึกถึงความเสี่ยงที่แฝงมาเป็นเงาตามตัว ดังนั้นสิ่งที่เราอยากย้ำท่านอีกครั้งคือ “สกุลเงินดิจิทัล” ไม่ว่าจะสกุลใดก็ตามไม่มีความสามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทยได้นะครับ ดังนั้นการซื้อขายหรือธุรกรรมใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นเช่นอยากซื้อรถจักรยานด้วยสกุลเงินดิจิทัลขึ้นมาแล้วท่านตกลงกับคนขายด้วยการชำระราคาด้วย “สกุลเงินดิจิทัล” เป็นที่เรียบร้อยไม่มีปัญหาท่านได้รถจักรยานมาขี่คนขายได้เงินจาก “สกุลเงินดิจิทัล” ฟังดูก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับแต่จริงๆ กฎหมายไม่ได้รับรองนะครับ ดังนั้นหากเกิดอะไรขึ้นท่านไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆ ประเด็นที่สองคือการเก็งกำไรในสกุลเงินดิจิทัลมีสองประเภทได้แก่ การเก็งกำไรในตัวสกุลเงินเอง(ไม่มีอัตราถด) และการเก็งกำไรบนตราสารอนุพันธ์เช่นฟิวเจอร์หรือออปชั่นที่มีอัตราถด (Leverage) บอกตามตรงว่าเสี่ยงทั้งคู่และเสี่ยงไปคนละแบบโดยเฉพาะหากท่านนักลงทุนไม่มีความเข้าใจหลักการของการใช้ Leverage อย่างเหมาะสมมีสิทธิล้างพอร์ตกันเลยทีเดียว ประการที่สามคือ “โบรกเกอร์” ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดนั้นละไม่มีสถานะตามกฎหมายไทยที่รับรองการซื้อขายเพราะกฎหมายไทยรับรองการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ที่เกิดใน บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ  Thailand Futures Exchange (TFEX) เท่านั้น ดังนั้นการเข้าไปลงทุนใน “โบรกเกอร์เถื่อน” ย่อมเพิ่มความเสี่ยงให้เงินลงทุนของท่านโดยไม่จำเป็น

ทีนี้ทำไม่เราจึงแนะนำให้ท่านกลับมา “เทรด” สินค้าในตลาด TFEX คำตอบก็คือ

1.ตลาด TFEX เป็นตลาดฯ ที่มีสถานะทางกฎหมายพูดง่ายๆ คือถูกกฎหมายนั้นเอง ดังนั้นหมายความว่าธุรกรรมของท่านถูกรองรับด้วยกฎหมาย

2.ตลาด TFEX มีสำนักหักบัญชีซึ่งเข้ามาเป็นคู่สัญญาให้ธุรกรรมของท่านนักลงทุนและมีการวางเงินหลักประกัน ดังนั้นจึงไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา Counterparty Risk หรือ Default Risk …(ยิ้มได้เมื่อภัยมา)

3.“โบรกเกอร์” หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกมีสถานะทางกฎหมายมีการควบคุมความเสี่ยงด้านต่างๆ เป็นอย่างดีทั้ง ความรู้ความสามารถบุคลากร, การรักษาความลับของลูกค้า, การตรวจสอบภายในรวมทั้งมี Self-Regulatory Organization ซึ่งหมายถึง “…การกำหนดมาตรการดูแลและป้องกันการซื้อขายที่ผิดไปจากสภาพปกติ หรือเข้าข่ายความผิดที่อาจนำไปสู่ความผิดตามเกณฑ์การซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ…” (Ref: https://www.set.or.th/ )ฯ พูดง่ายๆ คือ “ของจริง” ในขณะที่โบรกเกอร์เถื่อนมีสถานะเท่ากับ “ของปลอม”

4.ผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อขายในตลาด TFEX “เข้าใจพื้นฐานได้ง่าย” เพราะเป็นตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงบนสินค้าทั่วๆ ไปทั้งสินค้าโภคภัณฑ์เช่น ยางหรือทองคำ และสินทรัพย์ทางการเงินเช่น หุ้นสามัญหรือดัชนีหลักทรัพย์ ในขณะที่ “สกุลเงินดิจิทัล” ที่ถูกสร้างขึ้นหลายสกุลเรายังไม่ทราบเลยว่า “ใคร” เป็นผู้สร้างมันขึ้นมาดังนั้นหมายความว่าผู้สร้างย่อมควบคุมอุปสงค์และอุปทานได้จริงไหมครับแล้วเราจะเสี่ยงไปทำไมพูดง่ายๆ นี้เหมือนเล่นกับ “เจ้ามือ” ตัวจริงเลย อันที่จริงต้องเรียกว่า “เจ้าของ” ด้วยซ้ำ

 

ขอย้ำอีกครั้ง! ว่าบทความนี้ไม่ได้ห้ามให้ท่านนักลงทุนลงทุนใน “สกุลเงินดิจิทัล” แต่ชี้ให้เห็นว่าในเมื่อเรามีสินค้าที่สามารถทำกำไรได้เหมือนกันแต่ลดความเสี่ยงด้านอื่นๆ ได้มากกว่าทำเราจะต้องเลือกสิ่งที่เพิ่มความเสี่ยงโดยไม่มีเหตุผลจริงไหมครับเพราะลำพังความเสี่ยงจากการขึ้นลงของราคาเราก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว (ที่จริงจะเทรดสินค้าอะไรก็ได้ขอให้ไปถูกทางและป้องกันความเสี่ยงอย่างเหมาะสมเราเชื่อว่าท่านได้กำไรและสามารถอยู่รอดในตลาดแน่นอนครับ)

อย่างไรก็ตามเราเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า “สกุลเงินดิจิทัล” เป็นอนาคตอันใกล้ที่ยังไงก็ต้องมาแน่ๆ แต่ขออีกสักนิดจะได้ไหมครับเผื่อว่าจะมีองค์กรที่เข้ามาเป็น Regulator ให้ ช่วงนี้ระหว่างรอก็เปิดสถานะใน TFEX กันไปก่อนนะครับ