ทสรุปทองคำที่ได้มาจาก WGC

โดย WGC ที่เรากำลังกล่าวถึงย่อจาก World Gold Council ที่เป็นสถาบันเก็บข้อมูลทองคำขนาดใหญ่ติดท็อปของโลก

กลับมาเรื่องที่จะสรุปทองคำปี 2017 อย่าง Gold Demand ,Gold Supply ,การถือครองทองคำ และ 10 กองทุนทองคำที่ใหญ่สุดในโลก

Gold Demand เมื่อเทียบระหว่าง ปี 2017 และ ปี 2016

โดย Gold Demand ปี 2017 อยู่ที่ระดับ 4,071.7 ลดลงจากปี 2016 ถึง 290.5 ตัน ซึ่งภาคที่ลดลงมากที่สุด คือ ภาคการลงทุนและเป็นที่แปลกใจมากว่า Gold Demand ปี 2017 ลดลงเยอะ แต่ทำไมราคา Gold Spot ถึงขึ้นได้ร้อยกว่าเหรียญ เพราะว่าราคาทองคำไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Gold Demand อย่างเดียวนั่นเอง ยังต้องดู US Dollar หรือการใช้นโยบายการเงินของสหรัฐฯอีกด้วย

หลังจากทราบแล้วว่า Gold Demand ปี 2017 ปี 2017 ลดลงมากกว่า 200 ตัน แล้ว Gold Supply เป็นอย่างไรบ้าง

โดยสรุป Gold Supply ของทั้งโลกในปี 2017 แตะ 4,398.4 ตัน ลดลงจากปี 2016 ถึง 192.5 ตัน แสดงให้เห็นว่า การผลิตทองคำในปี 2017 มีปริมาณลดลงนั่นเอง และเป็นการสอดคล้องกับราคาทองคำที่ปรับขึ้นในปี 2017 ด้วยนะครับ

ตอนนี้ถึงจุดที่เรารู้แล้วว่า Gold Demand และ Gold Supply เป็นอย่างไร ทีนี้เรามาดูว่าธนาคารกลางและกองทุนทองคำทั่วโลกซื้อทองคำเพิ่มหรือเทขายทองคำกันแน่

 

 

 

 

จากตารางด้านซ้ายจะสังเกตได้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯยังคงเก็บทองคำไว้ที่ 8,133.46 ตัน แต่ที่น่าสนใจ คือ ปี 2017 ธนาคารกลางที่ซื้อทองคำเพิ่มมากที่สุดได้แก่ รัสเซีย ซึ่งซื้อทองคำมากถึง 223 ตัน  รองลงมาเป็นตุรกีที่เข้าซื้อทองคำ 187 ตัน และสุดท้ายที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นคือ ธนาคารกลางแห่งประเทศไทยที่ปี 2017 มีการซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 1.6 ตัน อยู่ที่ 26 ของธนาคารกลางที่ถือทองคำมากที่สุดในโลก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ต่อมาในส่วนของกองทุนทองคำอยู่ในสถานะที่ซื้อหรือขายกันแน่

 

จากตารางกองทุนทองคำใหญ่อย่าง SPDR  Gold, iShares Gold และ Xetra Gold เข้าซื้อทองคำเพิ่มรวมกันมากถึง 120.16 ตัน เลยนะครับ และนี่แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนที่เข้าซื้อกองทุนทองคำ มีความเชื่อมั่นว่าราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นนั่นเอง

สามารถอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ http://bit.ly/article-IS

 

 

 

 

 

วันนี้คุณพร้อมลงทุน
แล้วหรือยัง ?