5. เก็งกำไรได้ไม่ว่าจะดัชนีจะขึ้นหรือลง

ถ้าเป็นหุ้นจะทำกำไรได้ก็ต่อเมื่อซื้อหุ้นราคาถูก แล้วขายได้ในราคาที่แพงกว่าในขณะที่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้นไม่ว่าทิศทางของสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Assets) จะขึ้นหรือลงถ้าหากคาดการณ์ได้ถูกต้อง นั่นคือโอกาสในการทำกำไร

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ในการคำนวณคือ ขนาดของสัญญา 1 จุดดัชนี ต่อ 200 บาท

ถ้าในอนาคตคาดว่าดัชนีจะขึ้น เราจึงทำการเปิดสถานะซื้อ (Open Long) และเมื่อราคาสูงขึ้นจริง แสดงว่าเราสามารถขายได้แพงกว่า จึงทำการปิดสถานะการซื้อด้วยการขาย (Short Close) ตามตัวอย่าง

ถ้านางฟิวคาดการณ์ว่า ดัชนี SET50 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น นางฟิวจึงทำการ Open Long ในสัญญา SET50 Index Futures (S50Z18) เป็นจำนวน 10 สัญญา

Open Long (เปิดสถานะซื้อ)                         1,070  จุด

Short Close (ปิดสถานะซื้อด้วยการขาย)           1,080  จุด

∴ นางฟิวจะสามารถทำกำไรได้ (1,080-1,070)*10*200 = 20,000 บาท

วิธีคิดก็คือนำส่วนต่างของจุดดัชนี*จำนวนสัญญา*ขนาดของสัญญา (ซึ่งขนาดของสัญญาคือ 1จุดดัชนี ต่อ 200 บาท)

แต่ถ้าในอนาคตเราคาดว่าดัชนีจะปรับตัวลดลง แสดงว่า ถ้าเราขายตอนนี้ เราจะขายของได้ราคาดีและเมื่อในอนาคตราคาลดลง ค่อยซื้อด้วยราคาที่ถูกกว่า ซึ่งก็คือกำไรนั่นเอง ดังนั้นเราจึงทำการเปิดสถานะขาย (Open Short) และเมื่อราคาลงจึงทำการปิดสถานะการขายด้วยการซื้อ (LongClose)

ถ้านางฟิวคาดการณ์ว่า ดัชนี SET50 จะปรับตัวลดลง นางฟิวจึงทำการ Open Short ในสัญญา SET50 Index Futures (S50Z18) เป็นจำนวน 10 สัญญา

Open Short (เปิดสถานะขาย)                       1,075จุด

Long Close (ปิดสถานะขายด้วยการซื้อ)           1,065จุด

∴นางฟิวจะสามารถทำกำไรได้ (1,075-1,065)*10*200 = 20,000 บาท

วิธีคิดก็คือนำส่วนต่างของจุดดัชนี*จำนวนสัญญา*ขนาดของสัญญา (ซึ่งขนาดของสัญญาคือ 1จุดดัชนี ต่อ 200 บาท)