สรุปภาพรวมตลาดหุ้นยุโรป-สหรัฐ ประจำวันที่ 24 – 26 พฤศจิกายน 2017

  • วันศุกร์หุ้นจีนร่วงลงท่ามกลางภาวะซื้อขายผันผวน โดยนักลงทุนวิตกกับการดิ่งลงมากที่สุดในรอบหลายเดือนในวันพฤหัส ขณะที่มาตรการใหม่ของรัฐบาลเพื่อจำกัดความเสี่ยงทางการเงิน และการดิ่งลงของตลาดพันธบัตรทำให้ความเชื่อมั่นลดลง
  • นายเคลาส์วอห์ลเรบ นักเศรษฐศาสตร์สถาบัน Ifo ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการตัดสินใจลดโครงการซื้อพันธบัตรของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลกระทบต่อความเชื่อมในทางธุรกิจในเยอรมนี 
  • หลังจากที่นายเอ็มมานูเอลมาครง ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากต่อมุมมองของนักลงทุนชาวสหรัฐที่มีต่อฝรั่งเศส โดยนักลงทุนชาวสหรัฐหลายคนวางแผนจะขยายกิจการในฝรั่งเศส เพราะเขาก็ได้ออกกฎหมายปฏิรูปแรงงานฝรั่งเศส และได้ออกกฎหมายงบประมาณที่มีการปรับลดภาษีนิติบุคคล โดยมีการยกเลิกภาษีความมั่งคั่งในสินทรัพย์ทุกอย่าง ทำให้บรรดาบริษัทสหรัฐที่มีกิจการในฝรั่งเศสนั้น มีแผนจะเพิ่มจำนวนพนักงานในฝรั่งเศสในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า โดยพุ่งขึ้นจากสัดส่วนเพียง 21%
  • ราคาน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ2 ปี  หลังมีการปิดท่อส่งน้ำมันคีย์สโตนจากแคนาดามายังสหรัฐทำให้ตลาดน้ำมันในอเมริกาเหนือตึงตัว และนายอเล็กซานเดอร์ โนแวค รมว.พลังงานรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียพร้อมที่จะหารือกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆ ในเรื่องการต่ออายุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันในการประชุมที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย.นี้
  • เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า กองทัพอากาศของเกาหลีใต้และสหรัฐมีกำหนดจะซ้อมรบรอบปกติร่วมกันในเดือนหน้าโดยจะใช้เครื่องบินขับไล่ล่องหนเอฟ-22 แรพเตอร์ 6 ลำในการซ้อมรบวันที่ 4-8 ธ.ค.
  • เหตุโจมตีมัสยิดในคาบสมุทรไซนาย ของอียิปต์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 235 ราย ทาง คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ก่อการร้ายดังกล่าว