นาฟตา โดยมีชื่อเต็มว่า “ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ” ประเทศที่อยู่ในข้อตกลงนี้ได้แก่ สหรัฐฯ แคนาดา เม็กซิโก เป็นสิ่งที่ช่วยให้ 3 ประเทศดังกล่าวเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

และต้องบอกก่อนเลยว่าประเด็นที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำมีอยู่มากไม่ว่าจะเป็นร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี การเข้ามาของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯหรือที่เรารู้จักในอีกชื่อ “เฟด” แต่ประเด็นเหล่านี้กำลังจะจบลง เพราะร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีจะได้ทราบกันในวันพรุ่งนี้ที่ 23 พ.ย. ว่าจะผ่านสภาสหรัฐฯหรือไม่ และคนที่จะเข้าเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯจะรู้ก่อน 28 พ.ย.

โดยในตอนนี้เริ่มมีปัญหา เพราะการเจรจานาฟตาในตอนนี้สหรัฐฯเริ่มมีท่าทีแข็งกร้าว หลังจากทรัมป์มีนโยบาย America First  และกล่าวว่าข้อตกลงนาฟตา เป็นสัญญาที่ทำให้สหรัฐฯเสียเปรียบให้กับแคนาดา เม็กซิโก ทั้งนี้ทั้งนั้นแคนาดา เม็กซิโก ที่เคยได้สิทธิในนาฟตาที่เอื้อประโยชน์แก่ตนมาตลอด จะยอมลดสิทธิที่เคยได้มาแต่แรก ไม่มีทางแน่นอน

สาเหตุที่ทำให้จบการเจรจานาฟตาไม่ลง เพราะสหรัฐฯอยากให้ปรับเกณฑ์ขั้นต่ำของรถยนต์ต้องมีส่วนประกอบที่ผลิตในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น 85% จากเดิมที่ 62.5% และส่วนประกอบครึ่งหนึ่งของรถยนต์ต้องมาจากสหรัฐฯ ทำให้เม็กซิโก และแคนาดา ปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯในทันที

ทั้งนี้สหรัฐฯ, เม็กซิโก และแคนาดาประกาศว่าจะดำเนินการเจรจาเรื่องนาฟตาต่อไปจนถึงเดือนมี.ค. 2018 ประเด็นนี้คงเล่นข่าวเป็นระยะๆอย่างแน่นอน และหากการเจรจานาฟตาไม่สำเร็จนักลงทุนคงเห็นเศรษฐกิจของ 3 ประเทศนี้ชะลออย่างมาก เนื่องจากมีการประเมินจากผู้นำหอการค้าแคนาดา, หอการค้านานาชาติเม็กซิโก และสภาธุรกิจระหว่างประเทศของสหรัฐฯซึ่งคาดการณ์ตรงกันว่า “การถอนตัวออกจากข้อตกลง NAFTA จะทำให้ตำแหน่งงานหายไปอย่างน้อย 1.3 ล้านตำแหน่งทั่วภูมิภาค”

                                                                                                                               เขียนโดย ธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์