• เปิดตลาดหุ้นเยอรมนีปรับตัวลดลงในช่วงเปิดตลาดวานนี้หลังการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมประสบความล้มเหลว ซึ่งกดดันหุ้นยุโรปที่ปรับตัวลง 2 สัปดาห์ติดต่อกันแล้ว  วิกฤติทางการเมืองของเยอรมนีกดดันตลาด โดยนายกรัฐมนตรีแองเจลา เมอร์เคลของเยอรมนีกล่าวว่า ความพยายามเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม 3 ฝ่ายของเธอประสบความล้มเหลว ซึ่งทำให้เยอรมนีใกล้ที่จะเลือกตั้งใหม่ ความเสี่ยงทางการเมืองที่เกิดขึ้นอีกครั้งอาจจะสร้างแรงกดดันต่อหุ้นมากขึ้น แต่นักลงทุนบางส่วนยังคงมองมุมบวก โดยได้แรงหนุนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
  • นักลงทุนกังวลกับอนาคตของแผนปฏิรูปภาษีของพรรครีพับลิกันเนื่องจากสมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนในวุฒิสภาคัดค้านแผนภาษี นอกจากนี้ผลสำรวจของรอยเตอร์ยังบ่งชี้ว่า เกือบ 2 ใน 3 ของจำนวนนักเศรษฐศาสตร์มากกว่า 60 คนที่ได้รับการสำรวจระบุว่า พวกเขาไม่เชื่อมั่นว่า รัฐบาล ทรัมป์จะสามารถผ่านกฏหมายปฏิรูปภาษีได้ภายในปีนี้
  • นายโมฮัมหมัดอิบราฮิม ผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) กล่าวว่า ค่าเงินริงกิต “ยังห่างไกลจากการสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสม” ซึ่งเป็นการแสดงความต้องการให้ค่าเงินริงกิตฟื้นตัวขึ้นต่อไปหลังจากร่วงลงอย่างมากในปีที่แล้ว  โดยริงกิตอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในขณะนี้ หลังจากที่ร่วงลงในปีที่แล้ว ซึ่งริงกิตติดอันดับสกุลเงินที่ร่วงลงมากที่สุดของเอเชีย
  • นายฟานเฮงซาน รองเลขาธิการคณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) คาดว่าเศรษฐกิจของจีนจะขยายตัวสูงกว่า5% ในปีหน้า
  • โกลด์แมนแซคส์คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีหน้า หลัง”เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวแข็งแกร่งในปี 2018 และอัตราว่างงานต่ำกว่าระดับที่เจ้าหน้าที่เฟดมองว่าเป็นระดับที่ยั่งยืนแล้ว
  • คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์)เผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ไตรมาส 3/60 เติบโต3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส ขณะที่จีดีพีในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 1.0% จากไตรมาสก่อนหน้า พร้อมคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/60 ยังมีแนวโน้มขยายตัวสูงที่ 3.9% จากเดิมคาดโต 3.5-4.0% ส่วนในปี 61 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในกรอบ 3.6-4.6%

 

ที่มาของข้อมูล:bisnews