ประวัติศาสตร์สหรัฐฯกำลังจะซ้ำรอย

 

โดยประวัติศาสตร์ที่นักลงทุนกำลังจะได้อ่านเป็นประเด็น นั่นคือ Government Shutdowns สหรัฐฯที่เกิดถี่เกิดเรื่อยๆ และกำลังกลับมาหลอกหลอนนักลงทุนอีกครั้ง

 

ทำไมถึงกลับมาหลอกหลอนได้ เพราะงบประมาณสหรัฐฯที่จะหมดลงในวันที่ 8 ธ.ค. นั่นหมายความว่าหากวุฒิสภาสหรัฐฯไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณในสัปดาห์นี้ สหรัฐฯจะเกิด Government Shutdowns ในสัปดาห์หน้าทันที หรือในแง่ดี วุฒิสภาสหรัฐฯอาจต่องบประมาณไปอีกหนึ่งสัปดาห์เพื่อจะได้มีเวลาหาข้อสรุปงบประมาณฉบับใหม่(โดยลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2017)

 

และเรื่องที่ยากของการผ่านร่างงบประมาณ เนื่องจากต้องใช้ 60 เสียง ของวุฒิสภาสหรัฐฯที่มีทั้งหมด 100 เสียง แต่พรรคริพับลิกันที่ทรัมป์สังกัดอยู่มีเพียง 52 เสียง ในวุฒิสภาเท่านั้น ซึ่งในอีกความหมายว่า พรรครัฐบาลกำลังขาดอีก 8 เสียงในการผ่านร่างงบประมาณนั้นเอง แล้ว 48 เสียงที่เหลือของวุฒิสภาเป็นของพรรคเดโมแครต ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่เดโมแครตจะลงเสียงให้คู่แข่งแบบง่ายๆ และการลงเสียงสนับสนุนของเดโมแครตคงต้องแลกกับผลประโยชน์ที่เขาอยากได้ถึงจะลงตัว เรื่องนี้คงบอกได้ยากว่า การผ่านร่างงบประมาณจะแลกกับอะไรบ้าง คงต้องไปถามคนที่อยู่ในวุฒิสภาสหรัฐฯ

 

กลับมาที่ประเด็น US government shutdown จะส่งผมต่อสหรัฐฯมากขนาดไหน เราแบ่งเป็น 3 กรณี

  1. ปิดไม่นานราว 1 – 2 สัปดาห์
  2. ปิดเกิน 1 เดือน
  3. 3.ไม่เกิด US government shutdown

กล่าวได้เลยว่าไม่ว่าจะเกิดในกรณี 1 หรือ 2 จะกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่กรณีที่สองจะกระทบต่อการบริโภค การลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน แน่นอนว่าจะกรทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯในรายไตรมาส ส่วนในกรณีที่สามจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนเล็กน้อยเท่านั้น